หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องนี้แล้ว เพราะกูบ่นกระจาย แต่วันนี้เราจะมาเรียบเรียงไว้ในนี้ จะได้จดจำไว้ว่าวันนึงเราเคยต้องทนกับไอแขกนี่
ความผิดพลาดมันเริ่มมาจากคาบ machine learning ที่กูเรียนอย่างสงบมาก Zzz มีไอแขกตัวหนึ่งมาขอทำโปรเจกต์คู่กับกู ด้วยความที่กูเป็นคนหน้าตาดีใสซื่อ เลยตอบตกลงไปอย่างไม่ได้คิดอะไร
งานที่ 1 Proposal
งานแรกที่ต้องส่งคือ proposal ตอนแรกก็แบ่งให้ไปคิดหัวข้อกันมา ผ่านไป 1 อาทิตย์ หัวข้อที่ไอแขกมันคิดออกมาก็คือ ทะดาด้า แม่งเอาที่มันเขียนอยู่ในเวปออกมา – -” กูก็เอิ่ม คือมึงไม่ได้คิดสินะ กูก็เลยเสนอที่กูคิดไป และตกลงทำอันนี้
หลังจากนั้นก็นัดวันประชุมกันเสร็จสรรพ แล้วพอจะถึงวันประชุมป๊าบบบบ แม่งโทรมาบอกว่า มันต้องไปสัมภาษณ์งาน – -” ขอบคุณมาก แล้ว proposal ก็จะส่งแล้ว ทำอย่างไรหละ กูก็เขียนคนเดียวสิครับ
เขียนเสร็จกูก็ส่งไปให้มัน โดยมันมีส่วนที่บอกว่าใครจะทำงานอะไรบ้าง กูก็บอกมันไปว่า ส่วนนี้อะเขียนๆไปก่อนนะ เดี๋ยวค่อยแบ่งงานกัน มันก็โอเค แต่พอส่งไปให้มันดู มันเสือกบ่นว่า เนี่ย งานของมันอะ มันมากกว่าของกูนะ ก็คุยกันแล้วไม่ใช่หรอว่าไอส่วนนี้มากกว่า กูก็เอิ่มใจดี ตอบกลับไปเลยว่า งั้นสับงานกันเลยแล้วกัน มึงไม่มีสิทธิ์บ่นแล้วสินะ
งานที่ 2 Midway Report
งานนี้ป๊าบ แบ่งงานให้ไปอ่านหาความรู้ส่วนที่ต้องทำกันมาจนถึงวันประชุม คุยกันปั๊บ
กู: อะ ตกลงงานส่วนมึงจะทำไง
เหี้ยแขก: -#)(*$)(@*#(_)#@
กู: เอ่อ มึงเข้าใจทฤษฎีผิดแต่ต้นเลยค้าบบบบบบ
แล้วกูก็เสียเวลาสอนมันไปอีกชั่วโมงนึง แล้วก็ต้องให้มันไปเขียนส่วนของมันมาอย่างด่วนเพราะส่งวันรุ่งขึ้น
กูก็กลับบ้านไปเขียนของกูรองานมันจะถึงประมาณเที่ยงคืน มันส่งมาเปิดดูปั๊บ…
เอ๊ะ! ทำไมภาษามันดูไม่ใช่มันเลยวะ
เอ่อ! ทำไมมันดูฉลาดแปลกๆ
กูก็เลยเปิด paper ดู ชัดเลยค้าบ แม่งมาทั้งดุ้นเลย – -”
กูก็เลยส่งกลับไปด่ามันให้มันเขียนมาใหม่ แล้วมันก็ส่งกลับมาตอนตี 2 แล้วก็บ่นว่าง่วงมาก
แล้วกูต้องรวมงานมึง แก้ format มึง แล้วนอนตอนตี 4 หละไอสัด!!!
งานที่ 3 Project
เนื่องจากกูเห็นท่าที่อันโคตรพ่อจะไม่น่าไว้ใจของมันแล้ว กูเลยพยายามกำหนด milestone ในการทำงานให้มัน
ส่งไปอย่างสวยงามให้มัน review ให้เรียบร้อย แม่งพอตกลงกันได้เสร็จ มันส่งมาถามกูว่า
แล้ว milestone ของมึงหละสาดดดด
โห ไอเหี้ยนี่ แม่งไม่ไว้ใจกู มันส่งมาแค่นี้ยังพอว่า มันต่อท้ายมาด้วยว่า
“กำหนด milestone ของมึงมาด้วย แล้วกูก็หวังว่ามึงจะทำงานตามตารางเวลานะ”
ดูความกวนส้นตีนของแม่ง แล้วสุดท้ายไม่ต้องสงสัยเลย แม่งกูทำตามเวลา มันทำไม่ตรงเวลา
งานที่ 4 Poster and Report
เนื่องจากกูเบื่อกับงานที่กูทำส่วนมากมาตลอด เลยบอกมันว่าจะให้มันทำ poster และ กูจะทำ paper แต่ paper ให้มันเขียนส่วนของมันมาแล้วกูจะทำส่วนอื่นๆทั้งหมด แล้วก็สรุปผลให้ เป็นอันว่าตกลงตามนี้
แล้วแม่งก็ทำ poster ออกมาอย่างกากสุดใน 3 โลก เพื่อนจีนเดินมาเจอถึงกับเอ่ยว่า
ชาวจีน: Oh! This is a very simple poster.
กูก็แบบ เอ่อ ขอโทษ แต่กูไม่ได้ทำนะ อย่างมองหน้ากูแบบนั้น (โอเคว่าอาจจะเป็นกรรมตามสนองที่กูทำ poster สีชมพูน่ารักสดใสให้ไอวิกรมกับไอบอลนำเสนอแล้วกูหนีไปค่ายโอ 555)
แล้วแบบพอจะต้องทำ report มันก็มาแล้วครับ
เช้าอันสดใสของกูตื่นมาด้วยเสียงเพรียกแห่งไอโฟน “ตึดึ๊ง”
เสียงบอกอีเมล์ทำให้กูลุกขึ้นมาเปิดอ่านว่าใครมันส่งอะไรมาได้ความว่า
“เฮ้ สวัสดีชาวไทย
กูชาวแขกมีงานเยอะมากเลย ไอ report หนะ มึงทำคนเดียวเลยแล้วกันนะ เนี่ยกูก็ทำ poster แล้วก็เจ๊าๆกันไปแล้วกัน
ขอให้สนุก
ชาวแขก”
กูอ่านแล้วแทบหงาย เหี้ยไรมึงค้าบบบบบบบบ
คือ poster ที่มันทำก็ copy มาจาก report ที่กูทำ หน้าตาดูไม่ได้เลย มีการมาขอกราฟกู สุดท้ายก็ไม่เห็นจะใส่ ขนาดผลการทดลองของกูแม่งยังใส่ผิดอันเลย!!! poster ระดับนี้นี่ กูทำเสร็จได้ใน 1 ชั่วโมงแน่ๆสาด
กูก็เลยส่งกลับไปบอกมันว่า มันควรจะเขียนงานส่วนของมันนะ เพราะถ้ามันไม่เขียนเนี่ย กูต้องไปอ่านทำความเข้าใจถึงจะเขียนได้ ซึ่งกูไม่ควรจะต้องไปเสียเวลา ณ จุดนั้น แล้วก็ยังมีส่วน related work ที่คุยกันไว้นานแล้วว่ามึงต้องเขียนเพิ่มนะ ซึ่งมึงก็โอเค แล้วสุดท้ายกูก็ประชดไปว่า “แต่ถ้ามึงต้องใช้เวลาทุกเสี้ยววินาทีในการทำงานนั้นแล้วหละก็ ส่งผลการทดลองมา เดี๋ยวกูทำเอง”
สิ่งที่มันตอบกูกลับมาก็ ชัดเจนครับ อีเมล์ไม่มีเหี้ยไรเลยนอกจาก
ผลการทดลอง
กูนี่แทบหงายอีกรอบ แต่ก็วะ ช่างแม่งสาด อยากทำไรก็ทำ กูก็คิดว่าจะยอมๆแล้ว
แต่ว่าอีกวันระหว่างที่กูกำลังลัลลาอยู่นั้นก็มีอีเมล์จากชาวแขกมาว่า
“เฮ้ ชาวไทย
report ทำถึงไหนแล้ว กูอยาก review
ชาวแขก”
กูแบบเหี้ย พ่อมึงเหอะ ไม่ทำแล้วยังมีหน้าจะมาเร่งกูไอสัด แม่งอีกตั้ง 2-3 วันก่อน deadline กลับถึงบ้านปุ๊บด่าสวนทันทีว่า มึงไม่ทำส่วนของมึงแล้วจะมาคาดหวังอะไรจากกูฟระ!!
หลังจากนั้นหละยาวเลย ด่ากันทางอีเมล์อยู่เป็น ชั่วโมง
แต่ความเหี้ยของแม่งคือ แม่งกล้ามากมาบอกกูว่า ให้กูใจเย็น รู้มั้ยว่าความใจเย็นเนี่ยเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในการทำงานนะ เนี่ยอยู่ในมหาลัยก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะได้เรียนรู้เรื่องนี้ไว้
ไอเหี้ย!!! พ่อมึงตายเหอะ ทำไมกูต้องใจเย็นกับขยะสังคมอย่างงี้วะ แล้วกูก็ด่ามึงคนเดียวทางอีเมล์ กูไม่แคร์มึงอยู่แล้ว กูมีความคิดเฟร่ยไอสัด ถ้ากูอยู่กับคนอื่นๆที่จะส่งผลกับกูกูก็เก็บอารมณ์เป็นเฟร่ย!!!
กูก็เลยส่งไปด่ามันว่า กูรู้ว่าความใจเย็นสำคัญ แต่กูคิดว่าความรับผิดชอบมันสำคัญกว่านะ
เท่านั้นแหละ เลิกเถียงเรื่องความใจเย็นกับกูเลย หึหึ
สุดท้ายกูก็ทำคนเดียว แล้วก็ส่งไปให้มัน review
สิ่งที่มันทำคือไรรู้มั้ย
แม่งมาแก้ประโยคตรง introduction 1 ประโยคถ้วน แล้วแก้มาหนะไม่ได้มีเหี้ยไรเลยนะ paraphrase ไปงั้นอะ ให้เหมือนมีงานทำมั้งสัด
ไอเหี้ยแขกเอ๊ย!!!!
แล้วกูก็ส่งงานแล้วก็เลิกยุ่งกับมันตลอดกาล
คติสอนใจ: แขกทุกคนไม่ได้ชั่ว แต่ทางที่ดีอย่ามั่วไปยุ่งกับแม่งดีกว่า
วันนี้ไม่ต้องแปลงเพลง เอาเพลงไปฟังเลย แม่งได้อารมณ์ดี
เอาให้ตาย – Ebola



เอาน้ำมันหมูไปร้านหน้ามันเร้ยยยย รับรอง เด็ด
อ่านบลอกมึงเหมือนดูหนัง feel bad ที่ดูจบแล้วรู้สึกดี ที่ชีวิตกูก็ไม่ได้เหี้ยขนาดนั้น 555
เกินทนจริงๆ น่าเห็นใจมากยุตตี้
หวังว่าปีหน้าจะไป good year อย่างแท้จริงสักทีนะเว้ย
เหนใจ1
เหนใจ1
เหนใน2