สมาธิ

พฤศจิกายน 5, 2009

เห็นชื่ออย่างนี้ไม่ใช่ว่ากูจะมาพิมพ์เรื่องธรรมะอะไร

ใครอยากฟังธรรมก็ไปเข้าวัด มันไม่มีทางมีใน blog แบบนี้หรอกเฟร่ย!!!

แต่วันนี้กูจะมาเล่าเรื่องการสอบ GRE ต่างหากหละ

เป็นเรื่องแปลกที่จริงๆแล้วกูก็เคยมีเรื่องให้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหลายครั้ง

แต่ว่าไม่รู้ว่าทำบุญมาดีรึเปล่า ปกติมันจะไม่ค่อยตรงกับเหตุการณ์สำคัญๆ หรือไม่ก็จัดการตัวเองได้สำเร็จก่อนทุกครั้งไป

แต่คราวนี้แหละ เต็มๆครับพี่น้อง

เป็นการสอบ GRE แบบล่องลอยสุดชีวิต จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เลื่อนสอบได้ก็อยากจะเลื่อนเหลือเกิน

ไปถึงที่สอบพร้อมกับยังไม่จำ template ที่ใช้ในการเขียน writing เลย

(ในการทำข้อสอบ writing ไม่ว่าจะเป็น TOEFL และ GRE ถ้าจำ template เข้าไปด้วยจะช่วยได้จริงๆนะ อย่าคิดว่ากูเก๋าพอ คิดเองก็ได้ ไม่ต้องจำไรแบบนั้นเข้าไปหรอก เพราะเราก็เคยคิดแบบนั้น ซึ่งคะแนนก็ดี แต่จำ template เ้ข้าไปแล้วคะแนนมันดีกว่าหวะ -> แต่ถ้าเก่งจริงอยากทำยังไงก็ทำเหอะ 55)

จากนั้นก็เลยคิดได้ว่า เอาวะหยิบขึ้นมาจำซะหน่อย

แม่ง!!! ไม่มีอารมณ์จำเลย เอาวะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทุกอย่างมันมีจุดจบ เดี๋ยวมันก็มา แล้วเราก็รับมันเท่านั้น!!!

จากนั้นก็เข้าไปรายงานตัว แต่แม่งงง ลืม passport!!!

ยังโชคดีที่มีบัตรประชาชนและบัตรนิสิต เพราะเหมือนกับว่าถ้าใช้บัตรแทนต้องมีบัตรประชาชนคู่กับบัตรอะไรอีกอย่างนึง

ระหว่างรอกูก็ต้องรวบรวมสมาธิกันอีกครั้ง

เรื่องตลกคือ ตอนยังแบเบาะเคยไปแข่งเลขแล้วแบบเห็นคนอื่นนั่งสมาธิก่อนเข้าไปสอบหวะ

ตอนนั้นไอเราก็คิดว่า เฮ้ย!!! มันต้องขนาดนั้นเลยหรอฟระ

แต่วันนี้กูกลับต้องมาทำซะเอง พุธ โท พุธ โท ด้วยความหวังสุดฤทธิ์ว่าจะช่วยได้

Buddhist Teaching ที่อุตส่าห์เรียนมาได้ใช้นะเฟร่ย!!!

(ไม่ต้องเรียนก็รู้ป่าววะแค่นี้!!!)

สุดท้ายแล้วพอเข้าห้องสอบก็พอจะมีสมาธิกับเรื่องสอบมากขึ้น

นั่งทำสอบอย่างตั้งใจ writing ก็มั่วไป

ออกมาพักได้ 10 นาที ก็ต้องมาทำสมาธิกันต่ออีกนิดแล้วเข้าไปทำต่อ

ทีนี้แหละ เจอ verbal เป็นเหี้ยเลยไงครับ

ไม่รู้แม่งจะยากไปมหาสารคามหรือไง (หรือมันผิดกูที่มัวแต่เที่ยวญี่ปุ่นจนไม่ได้ท่องศัพท์ 555)

แล้วสุดท้ายที่เป็นเลขที่ควรจะเป็นขนมสำหรับกู

ข้อสอบก็ง่ายอย่างที่คิดไว้ เว้นแต่ว่า พอมันเรื่อยๆ กูก็เริ่มล่องลอย

ทำไป เหม่อไป อุ๊ย!!! เดี๋ยวสะเพร่า คิดข้อนี้อีกซักรอบสองรอบดีกว่า

ตรวจทานทุกข้ออย่างเมามัน (GRE มันย้อนกลับมาทำข้อที่ผ่านไปแล้วไม่ได้ แล้วถ้าเกิดทำผิดข้อแรกๆจะส่งผลมาก เพราะมันจะปรับความยากไปเรื่อยๆตามที่เราทำได้)

รู้ตัวอีกที เหลืออีก 8 ข้อ 8 นาทีได้มั้ง (จาก 28 ข้อ 45 นาที แล้วข้อหลังๆจะยากขึ้น)

แล้วแม่งมาเจอข้อที่เป็นแผนภูมิ…อ่านไม่ออกเฟร่ย!!! ถามไรฟระ

มั่วเสร็จมาเจออีกข้อ เพราะรนด้วยเลยกลายเป็นว่า อ่านไม่ออกอีกเหมือนกันเฟร่ย!!!

สุดท้ายเหลือ 6 ข้อ กับอีก 3 นาที ได้ ที่นี้แหละ มั่วกันมันเลย

คิดได้ก็คิด ไม่ได้หรือดูเสียเวลาก็ข้าม เพราะถ้าตอบไม่ครบจะเดือดร้อนหนักกว่า (เค้าว่างั้นอะนะ)

ทำเสร็จแม่งเหลือเวลา 3 วินาที ตื่นเต้นกว่านี้ไม่ได้แล้ว

หนำซ้ำกูคิดว่าเสร็จแล้ว แม่งอยู่ๆมีโผล่ verbal มาอีก part

แต่ว่าที่นี้เป็น 23 ข้อ 30 นาที โดยปกติแล้วจะเป็น 30 ข้อ 30 นาที

เค้าบอกว่าแบบนี้จะเป็นลองข้อสอบเฉยๆ ไม่เกี่ยวกับคะแนน

กูก็ไม่สนแล้ว มั่วแม่งทุกข้อเลย ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้ว

แต่สุดท้ายคะแนนเลขก็ยังดีอยู่นะ

เลขได้ 790

แต่ verbal ได้ 310 T_T

เซ็งเหี้ยๆๆๆๆๆ เป็นการซ้ำเติมที่เลวร้ายจริงๆ

แต่คะแนนเท่านี้อะ เข้า MIT ได้นะเฟร่ย!!! เพราะมันไม่ต้องยื่น GRE 555

เฮ้อ จะดีใจทำไม เซ็งนะเนี่ย

สุดท้ายนี้ต้องมีเพลงแล้ว ชื่อเพลงตามเดิมเลยไม่เปลี่ยนแม่งแล้ว

นิดนึงพอ

(friday)

ฉันค้นคว้าหาคำตอบ เท่าไรไม่เจอ มีทำไมตั้งห้าช้อยส์วะไออัปรีีย์

ต่อให้คิดจน_วยถอก นึกคำจนเพลิน ก็ยังเหมือนว่ามีคำตอบเกินมา ทุกที

จะตัดช้อยส์เท่าไร ก็ไม่ไหว ยอมมั่วโดยดี ถูกไม่มี เซ็งชิตวี เหมือนโยนเงินลงตะแกรง

ไอคะแนน verbal แม่งต่ำเกินไปแล้วไงบรรลัย

แล้วยังหวัง ว่ามัน จะยังมียูรับกูไปเรียนทำไม

ช่วยทำใจ แบ่งที่(เรียน) ให้ฉันนิดนึงพอ


บรรลัยจักร

พฤศจิกายน 3, 2009

มะรืนนี้ (นับเวลาที่พิมพ์จริงๆก็พรุ่งนี้แล้ว) จะต้องสอบ GRE แล้ว

ไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้อ่านเลย

ตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์จะอ่านเลย

กูใช้พลังงานทั้งหมดของกูหมดไปตั้งแต่เทอมที่แล้วจริงหรอเนี่ย

นี่เท่ากับว่าไปอเมริกาก็ต้องช้าไปอีกปีสินะ

เพราะไม่ใช่แค่ GRE แต่ SOP ก็ยังเขียนไม่เสร็จเช่นกัน

ทำไมกูเหลวแหลกขนาดนี้

กูลำดับความสำคัญอะไรไม่ถูกแล้วหรือไงเนี่ย

สิ่งที่กูทำไปก่อนหน้านี้มันไม่มีค่าเลยสินะ

สุดท้ายกูก็เป็นเหมือนผู้ชายทั่วๆไปคนนึง

วันนี้อาจารย์สุกรีบอกว่าคนเราสามารถ reset ชีวิตของเราได้

แค่เปลี่ยนไปอยู่ในที่ที่แปลกไปกว่าเดิม ก่อนกลับมาเผชิญความจริงอีกครั้ง

อเมริกาก็น่าจะเป็นที่ที่ดีนะ ที่กูจะได้ไป reset ตัวเอง

หรืออเมริกาจะเป็นที่ที่กูไป restart ตัวเองเลยดีวะ

กูจะอยากไปอเมริกามากก็เพราะเหตุผลนี้มากกว่าเรียนแล้วหละ

วันนี้เอารายงานความก้าวหน้าไปส่ง แต่สุดท้ายก็ต้องฝากแน่นส่ง

งานที่ทำก็ไม่ไ้ดก้าวหน้าอะไรเลย

ก็เลยทำรายงานความก้าวหน้าเป็นจำนวนเก้าหน้า

เผื่อเค้าจะคิดว่าเก้าหน้าเท่ากับก้าวหน้าบ้าง

กูเอาทุกอย่างมาปนหมดเลย

วันนึงกูคิดเรื่องพวกนี้ครั้งละกี่รอบเนี่ย

แต่กูก็ยังบ่นให้ตลกนิดนึงนะ ทันขำมั้ย

ถ้าไม่ทันแถมให้อีกมุกนึงแล้วกัน

ก็เหี้ยและ อารมณ์ดีขนาดมาคิดมุกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

อ้อ กูคิดออกและ

วันนี้กูล่องลอยเหี้ยๆ

แม่งจะเข้ารถไฟฟ้า จะเอาบัตรนิสิตเสียบเฉยเลย

พี่ยามต้องบอกกูว่า น้องๆไม่ใช่ๆ

แม่งอายชิบหาย

เฮ้อ ทำงานดีกว่านะ 555


OSAKA!!!

กันยายน 29, 2009

เนื่องจากกำลังจะไปโอซาก้าแล้ว จึงอยากจะเขียนเกี่ยวกับชีวิตที่นั่นมันทุกวันเลย ไม่มีไรทำก็ไปอ่านเล่นได้ที่

http://tonyootosaka.wordpress.com/


ยำ!!!!

มิถุนายน 26, 2009

ยำ!!!!

อะไรดีหละ

ยำยำ

ยำไข่เค็ม

ยำฉา เพื่อนโงกุน เอ้ย นั่น หยำฉา

ยำอาฮ่า มอเตอร์ไซค์ YAM AHA

ยำเยนยิงยิง (กรรมเวรจริงๆ)


จะเห็นว่ากูคงมีช่วงเวลาที่น่าเบื่อมากเลยมาทำอะไรไร้สาระขนาดนี้ได้

ดังนั้นเลยสรุปว่า

มายำเรื่องที่ผ่านมากันดีกว่า!!!!

คำเตือน: ต่อไปนี้จะเป็นการเขียนด้วยความเซ็ง ถ้ามันมั่วๆซั่วๆก็ช่วยไม่ได้

อันดับที่ 3

Moment in June

คำถามมีอยู่ว่า หากคุณอยู่ในบทสนทนาที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง จนรู้สึกเขินอาย และ อยากเปลี่ยนบทสนทนาสุดใจขาดดิ้น คุณจะทำอย่างไร

วันนี้จะขอนำเสนอวิธีการจาก ด.ช. น(ามสมมุติ)

คุณอาจจะคุ้นเคยวิธีพื้นฐานมากมายที่เค้าใช้มา เช่น

  • อยู่ๆก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านขณะจะกินข้าว
  • ส่ายหน้าแล้วก็ทำเสียงประหลาดๆ

แต่สิ่งที่ผมเพิ่งเจอมานั้นมันช่างยอดเียี่ยมจริงๆ

กู : เฮ้ย น. มึงคิดยังไงกับ — วะ

น : ก็เพื่อนกัน (แหละมั้ง)

กู : มึงชอบ — ปะเนี่ย

น : ก็ไม่ขนาดนั้น

กู : ไม่ขนาดนั้นนี่มันขนาดไหนฟระ!!!!

น : เฮ้ย เดือนนี้เดือน June รึเปล่าวะ

กู : ?????

เจอคำถามนี้ขัดเข้าไป กูหละอยากผูกคอตาย

ทำไมอยู่ๆต้องถามเดือนฟระ!!!

แล้วทำไมต้องภาษาอังกฤษฟระ!!!

สุดยอดจริงๆ

อันดับที่ 2

The janitor

ในวันธรรมดาวันนึง เราได้เดินไปเรียนวิชาบริดจ์ที่คณะวิทย์กีฬา

ไปถึงก็พบว่าอาจารย์ยังไม่มา ก็เลยนั่งรอ

รอ

รอ

รอ

อาจารย์ก็ไม่มาซักที จนผ่านไปซัก 20 นาทีได้

ก็มีคนเข้ามา เลยรีบหันควับไปดูว่าอาจารย์มาหรือไม่

แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าเป็นแค่ภารโรงเดินเข้ามา

ก็เลยนั่งเล่นต่อ แต่แล้ว….

อยู่ๆ ภารโรงก็หยิบไพ่ขึ้นมาแล้วสอนครับพี่น้อง!!!

ด้วยความเคารพนะครับ ใครจะว่าผมล่วงเกินก็แล้วแต่

แต่ถ้าได้เห็นกับตา ขอรับประกันว่าครึ่งนึงต้องคิดเหมือนกู!!!

สภาพของอาจารย์คือ

  • แก่ๆ ผิวคล้ำแดด
  • ผอมเห็นซี่โครง ผ่านทางคอเสื้อเชิ้ตเก่าๆ สีเทา มีผ้าขาดๆปักเป็นลาย
  • ใส่กางเกงผ้าสีหม่นๆ

แม้เค้าจะเริ่มสอนแล้ว กูก็ยังไม่สามารถเอาภาพภารโรงของเค้าออกไปได้อยู่ดี ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่อยากบอกทิวสนมากเป็นพิเศษ -> กูรู้แล้วหวะว่าเครื่องแต่งกายมันมีความสำคัญมากกว่าแค่ปกปิดร่างกาย

อันดับที่ 1

Back to the future

หลังจากจบการฝึกงานที่ดีมากๆที่ microsoft พวกเรา(กู อาร์ท การ์ตูน รุจ ฌุย) ได้ทำของที่ระลึกให้กับพี่ๆ และ คนที่ช่วยเหลือเรามาตลอด

ของที่ว่านั้นก็คือ เพ้นท์เสื้อด้วยสีเทียน!!!

สีเทียนที่ว่าเป็นสีเขียนเสื้อที่ถ้าเขียนแล้วรีดสีก็จะไม่หลุด (มันว่าอย่างนั้น)

แต่ปัญหาที่มาคู่กับการเขียนเสื้อก็คือ… เขียนแล้วเน่านั่นเอง

กูก็เลยประเิดิมก่อนเลย เขียนเสร็จออกมาดูได้ แต่ทีเด็ดคือ

เอาไปรีดแล้วเอากระดาษรอง แต่ดันเอาด้านที่มีหมึกหันเข้าหาเสื้อ

แทนที่จะได้รูป กูเลยได้ข้อมูลในกระดาษลงเสื้อซะงั้น

กระดาษนั่นก็ไม่ใช่อะไรนอกจาก detailed spec ที่กูเขียนตอนฝึกงานนั่นเอง T_T

แต่โชคดีที่เสื้อไซส์นั้นมีสำรองอยู่พอดี แต่ว่า!!!

การ์ตูนครับพี่น้อง วาดของเจ้านายเลยครับ

เสื้อก็ไม่มีสำรองแล้วด้วย แต่การ์ตูนวาดได้งามแค่ไหนลองดู

johnM

คือเรียกได้ว่าเป็นสไตล์ส่วนตัวที่ชวนให้กูสะอื้นมากๆ

ตูนก็เึครียด กูก็เึครียด แถมเป็นรูปของระดับ boss อีกต่างหาก

แต่แล้วกูก็เกิดไอเดียบรรเจิด!!!

เนื่องด้วยตูนวาดด้วยสีเขียว กูเลยบอกไปว่า

เฮ้ย!!! วาดรูปจอคอมครอบ แล้วบอกเค้าว่าเป็นรูปเค้าในคอมยุคโบราณดิ (คอมจอเขียว)

ก็เลยตามนั้นเลยครับ พร้อมกับเติมชื่อแบบสีสันเข้าไป ผลเลยออกมาดังนี้

johnM2

ใครคิดไงไม่รู้ แต่กูตอนนั้นความคิดกูคือ รอดตายแล้ว!!!

กูว่ามันก็ดูดีขึ้นจริงๆนะ 555

แถมรูปที่กูวาดให้ด้วยรูปนึง

nok

วาดรูปแข่งกับต้ากี่รอบก็ออกมาได้ดีสุดแค่นี้ T_T

สุดท้ายนี้ก็มีเพลงแถมให้

เป็นเรื่องที่กูสงสัยมากว่า

แกงจืดปกติเค้าใส่อะไรบ้าง

  • เต้าหู้?
  • สาหร่าย?
  • ผักกาด?

แต่รุจบอกว่า แกงจืด ต้องมี เก๋ากี้ และ ดอกไม้จีน (แน่ใจนะว่าไม่ได้ตุ๋นยาจีน)

เพลง แกงนี้

(ทำนอง เพลงนี้ – สิงโต the star 5)

ในชามแกงจืดที่เราซดกัน ในนั้นที่เรายกมัน คนนั้นที่ทำเป็นใคร

มันเป็นอะไรที่ฉันอยากถามให้เข้าใจ ว่ามันใส่เก๋ากี้รึเปล่า

แกงจืดที่เคยนั่งกินทุกวัน ที่ๆยิ่งซดยิ่งมัน ดอกไม้จีนอยู่ไหนเหล่า

ของเดิมมันดีกว่านัก เต้าหู้ผักกาดขาว ในแกงจืดๆที่ฉันเจอ

* ในแกงจืดของคนไทยเรานั้น ชะชาดาชา ต้องมีไรอีกไหม

** อย่าใส่เก๋ากี้ได้มั้ย แกงนี้ แกงที่มีแต่พวกเต้าหู้และสาหร่าย

มันเป็นเครื่องปรุงที่แสนไม่ไหว อยากจะขอเร่งเถียงให้เธอเปลี่ยนให้ไว้ ไม่เอาเก๋ากี้


ปล. กูไม่ได้เกลียดเก๋ากี้หรอกนะ ล้อเล่นเฉยๆ


LAW

กุมภาพันธ์ 5, 2009

วันก่อนมีการสอบที่น่าตกใจที่สุดครั้งหนึ่ง

คะแนนอาจจะไม่เยอะเพราะแค่สอบย่อย

แต่ความเร้าใจมันถึงที่สุดจริงๆ

ดังนั้นจึงขอ

ภูมิใจเสนอ!!!!

การสอบวิชา กฎหมายเบื้องต้นนนนนนนนนนน

ด้วยความเข้าใจเดิมมีอยู่ว่าจะสอบเรื่องทรัพย์เท่านั้น

แต่ ต้ามันก็มาบอกว่า เฮ้ย นิติกรรมก็อาจจะออกนะ

เอาวะ กูก็อ่านไป

แต่พอเข้าไปสอบ อาจารย์บอกว่า

เดี๋ยวก่อนสอบเรืยนเรื่องกฎหมายอาญาก่อนนะ

เดี๋ยวสอบเรื่องที่เรียนด้วย!!!!

เริ่มรู้สึกได้ถึงลางไม่ดีแล้ว อยู่ๆก็เพิ่มหัวข้อที่จะสอบ

และแล้ว เวลาสอบมันก็มาถึง!!!!

สิ่งที่เขียนอยู่บนหัวข้อสอบคือ

ข้อสอบ…..(ง่ายมาก)

บอกว่าง่ายกันแบบนี้ค่อยใจชื้น

แต่ที่ไหนได้ชำเลืองลงมาเบื้องล่างเพียงเล็กน้อยจะเห็นได้เต็มสองตาว่า

ข้อสอบแม่งเป็นเติมคำ

เท่านั้นแหละ บรรลัย เกิดครับ

ที่อ่านมาหนะ อ่านมาแบบผ่านๆ รอมั่วปรนัยก็แบบสุดฤทธิ์

เรามาเริ่มดูเนื้อหาข้อสอบกันเลยดีกว่า

ข้อ 1

ถามประเภทของสัญญาที่มีรูปแบบแป๊ะอะไรไม่รู้

ในหัวกูรู้จักอยู่ประเภทเดียวคือ เอกเทศน์สัญญา เพราะไอต้ามันเอาแต่บ่นว่า

เอกเทศน์สัญญาคืออะไรวะๆๆๆๆๆ ประมาณ 10 รอบ แล้วดั้นเสือกถูก โคตรน่าดีใจ

ข้อ 2

ถามว่ายืมเงินเกินกี่บาทต้องทำสัญญา

เยี่ยมเลยครับ เจอแบบนี้ ในหัวผุดขึ้นมาทันทีพร้อมทำนอง

ตึ่งตึงตึงตึ๊ง ตึงงงงงงงงงงงงงงงงง(แบบเกมเศรษฐี)

พร้อมกับเสียงไตรภพ ว่า

ก. 1,500 ข. 2,000 ค. 2,500

ความลังเลมันบังเกิดทันใด

ตอนนี้เหมือนได้ยินเสียงไตรภพอีกครั้ง

คุณยังเหลือตัวช่วยนะครับ

ข้อนี้ผมขอใช้ตัวช่วยแรกเลยครับ

ถามต้า!!!!

ต้าบอกมา 2,000 บาท เชื่อเลยไม่ต้องคิด ถูกต้องรับคะแนนที่สองทันที

ข้อ 3

ถามว่าดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุดต่อเดือนเป็นเท่าไหร่!!!

โอ้โห จะรู้มั้ย กูเริ่มสงสัยว่าข้อสอบมันง่ายยังไง

พร้อมกับใช้ตัวช่วยทันที

ถามต้าาาาาา

(เฮ้ย ใช้ซ้ำไม่ใช่หรอ?!?

ไม่เป็นไรหรอก ไตรภพอนุญาต)

ข้อ 4

ตั้งบริษัทใช้กี่คน

เหมือนเดิมเลยครับ ในหัวมีตัวเลือกโผล่มา

ก. 5 ข. 7 ค. ตัวเลือกที่นึกออกผิดหมด

ข้อนี้ขอไม่ใช้ตัวช่วย เพราะมันบอกไม่มั่นใจ

ตอบป้าบบบบบบบบ 5 คน

แม่งเฉลย 3 คน ไม่มีอยู่ในหัวกูเลย

แต่ยังไม่แพ้เพราะยังมีตัวช่วยคือ

เพื่อนช่วย!!!

(เฮ้ย ผิดรายการ นั่นมันถ้าคุณแน่อย่าแพ้เด็กประถม)

ข้อ 5 และ อีกหลายข้อ

ยังคงเป็นคำถามตัวเลขที่ต้องใช้ตัวช่วยอยู่ตลอด

ถ้าข้อไหนมั่วเองก็ผิดชัวร์

ข้อไหนไม่รู้

มันถามว่าหากผิดกฎหมายอาญาจะได้รับโทษอะไรบ้างนอกจาก

ปรับ จำคุก ประหาร กักขัง

คำตอบมันคือ ริบทรัพย์สินครับ

แต่ข้อนี้ ด้วยความมั่นใจส่วนตัว

จำได้ว่าตอนปีใหม่ชอบประโคมข่าวกันจังว่า

เมาแล้วขับ เอาไปบำเพ็ญประโยชน์

ตอบไปเลยด้วยความมั่นใจ โทษแม่งคือบำเพ็ญประโยชน์แน่นอน!!!!

ผิดไปตามระเบียบ

จบการสอบ

เสร็จเรียบร้อยนับคะแนนออกมา

ถ้าไม่มีต้า น่าจะได้ซัก 4/10

พอมีต้า เลยได้ 7/10

เพื่อเป็นการขอบคุณอาจารย์ที่ออกข้อสอบยากสัด

แล้วยังอุตส่าห์พาดหัวว่าง่ายมากอีกต่างหาก

ขอมอบเพลง

ไม่มีวันอยู่แล้ว

(ทำนอง ไม่มีวันอยู่แล้ว โดย โต๋)

ฉันมันไม่ีรู้จริงๆ ไม่รู้จริงๆ

ว่าจะทำยังไง ให้ฉันได้รู้ซักที

และให้ฉันหยุดสงสัย

ว่าที่เธอถามถึงเรื่องสัญญากับเขา

มีแต่เรื่องต้องเดาเพราะไม่เข้าใจ

แล้วตัวฉันเอง จะต้องทำอย่างไร

ในทุกๆข้อของฉันมีต้องเดา ไอข้อที่ทำ ได้คะแนน

ก็ไม่คิดเอง อย่าพยายามจะคิดว่าฉันนั้นไม่ได้ลอกมา

เพราะมันไม่มีวันอยู่แล้ว


ชะโด 2

มกราคม 22, 2009

คำเตือน

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

กลับมาอีกครั้ง กับภาคต่อที่เหมาะสมกับเรื่องแรกของปีมากๆ

ขอเสนอชื่อตอนว่า!!!!

ชะโดไม่ผิดดดดดดดด

สืบเนื่องมาจากว่า ชะโดนั้นคิดว่ามันเป็นยอดมนุษย์

ทำอะไรไม่มีทางผิด

เพราะมึงนั่นแหละ ที่ต้องผิดเอง!!!!

เรื่องมันมีอยู่ว่า…

ในงานวิชาanimation ชะโดได้รับมอบหมายให้ไปทำกระโปรงของเซเลอร์มูนมา

แต่สิ่งที่ชะโดทำมามันยอดเยี่ยมเกินบรรยาย

โจ้: มึงรู้ป่าวว่าชะโดมันทำอะไรมา

กู: จะรู้ได้ไงฟระ

โจ้: มันเอากระโปรงที่ได้จาก google มาส่ง!!!

กระโปรงที่ชะโดส่งมานั้นเป็นกระโปรงทรงเซเลอร์มูนครับ

ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่!!!

มันไม่ไ้ด้มีแค่กระโปรง มันมีเช็มขัดด้วยค้าบบบบบบบบ

เซเลอร์มูนที่ไหนใส่เข็มขัดกันฟระ!!!

แต่ทีเด็ดก็คือตอนที่ไปถามชะโดครับ

กู: เฮ้ย น้องโด มึงคิดยังไงถึงส่งกระโปรงแบบมีเข็มขัดไปฟระ

ชะโด: เฮ้ย กูส่งเล่นๆ เฟร่ย!!!

กู: !_@)#+$)_@(#+$(

คิดได้ไงฟระเนี่ยยยยยยยย

งานที่เค้าบอกให้ส่ง มันส่งไปแล้ว พอโดนด่าก็บอกว่าส่งเล่นๆ

กู: แล้วอันไหนของจริงวะ

ชะโด: เดี๋ยวกูส่งไปใหม่สิวะ

เยี่ยมมากครับ ตัวผมจึงตั้งหน้าตั้งตารอของจริงอย่างแรง

สุดท้ายวันที่ชะโดทำของจริงก็มาถึง

โจ้: เฮ้ย ชะโดส่งกระโปรงมาใหม่แล้ว

กู: จริงดิ เป็นไงวะ

โจ้: มึงคิดภาพนะ เวลาเหลาดินสอมันจะมีเศษม้วนๆออกมาใช่ปะ แบบนั้นแหละ วาวๆด้วย

ทีนี้ก็ได้เวลาแล้วหละครับ ชะโดไม่มีทางดิ้นหนีความผิดที่ทำกระโปรงวาวๆออกมาได้แน่นอน

กู: เฮ้ย ทำไมมึงส่งกระโปรงแบบนั้นไปวะ

ชะโด: เฮ้ย มึงไม่เข้าใจ อันนั้นอะ ยังไม่ได้ปรับ “smooth” เว้ย!!

กู: @)$()(#$_@)@$)#($)

อะไรเนี่ยยยยยยยยยย ยังมีข้ออ้างอีกหรอ

มันพูดเหมือนปรับ smooth บ้าบออะไรนั่นแหละ มันจะกลายร่าง

กลับมาเป็นกระโปรงสวยงามอย่างนั้น!!!

ด้วยความอยากรู้ว่า smooth คืออะไร เลยหันกลับไปถามโจ้

คำตอบที่ได้จากโจ้คือ “กูก็ไม่รู้หวะ”

นี่เป็นเพียงเรื่องหนึ่งจากร้อยที่ชะโดสามารถหนีรอดความผิดมาได้

ท่ามกลางความงุนงงของผู้อื่น

ดังนั้นทุกคนอย่าลืมหละ อย่าเถียงชะโด เพราะ

คุณนั่นแหละ ที่จะเป็นคนผิด!!!

เพลง ชะโดไม่ผิด

ชะโด ชะโด ชะโด

ทำไมมึงทำอย่างนี้ ทำไมมึงทำอย่างนี้

ไอโง่มึงนี่ กูล้อเล่นไง

ชะโด ชะโด ชะโด

ทำไมยังทำแบบนี้ ทำไมยังทำแบบนี้

ไอโง่มึงนี่ มึงไม่เข้าใจ

ชะโด ชะโด ชะโด

ที่มึงทำหนะผิดใช่มั้ย ที่มึงทำหนะผิดใช่มั้ย

ไอโง่มึงนี่ เค้าเรียกแนวใหม่

ชะโด ชะโด ชะโด

มีผู้รู้ดูออกว่าผิด มีผู้รู้ดูออกว่าผิด

อ๋อ ตรงเนี๊ยะอะผิด ที่เหลืออะถูก!!!

จงจำเอาไว้ว่า

ถ้าอยากเถียงชนะ

จงหน้าด้าน


สองพันแปด bad year

ธันวาคม 23, 2008

เรื่องวันนี้เป็นครั้งแรกที่จะเปิดเผยถึงที่มาของชื่อblog นี้ และ พอจบปีก็จะเปลี่ยนชื่อซะที

เราจะมาสรุปกันว่า สองพันแปด bad year มีอะไร bad บ้าง!!!

1. เรื่องแรกผ่านไป เพราะไม่อยากพูด 55

2. ฝึกงานไม่ได้เงิน

3. แถมยังโดนค่าหอตอนไปฝึกหออีกหลายพัน เพราะ หอแม่งแอร์ห่วย ไม่เย็น เลยเปิดต่ำๆ แม่งก็ทำงานใหญ่เลย ค่าไฟก็บานเลย

4. มือถือดันอยากเล่นทะเล เลยพังซะงั้น

5. โดนชะโดอย่างหนักหน่วงจนกูจะบ้าแล้ว

6. เดินเหยียบขี้หมา(เปียกด้วย) เป็นครั้งแรกในรอบกี่ปีก็ไม่รู้!!!

7. ลงวิชาเรียนได้หมด แต่สุดท้ายเกือบไม่เหลือวิชาเลือก เพราะโดนบังคับถอนวายวอด

8. น้ำหอไม่ไหลเป็นครั้งแรก(เท่าที่รู้)ตั้งแต่อยู่มา

9. แถมยังเจือกมาขึ้นรถเมล์คันเดียวกับอาจารย์วิดยาโรคจิตอีก

10. แว่นเลนส์แตก (วันนี้สดๆเลย) กูแทบไม่เคยทำแว่นตก ต่อให้ตกเกิดมาก็ไม่เคยทำเลนส์แตกมาก่อนเลย

นอกจากนั้นยังมีเรื่องอื่นๆอีก แต่จำไม่ได้แล้ว

ยังไงซะปีใหม่ีนี้ กูขอแค่ ขอให้กู(และทุกๆคนด้วย)โชคดีตลอดปีนะ!!!


ใส่เสื้อเข้าไป!!!

ธันวาคม 17, 2008

คำเตือน

เรื่องนี้รุนแรงป่าเถื่อนระบายอารมณ์

รับไม่ได้อย่าอ่าน ไม่พอใจอย่าเถียง

เช้าวันนี้กูตื่นมาอย่างงัวเงียสุดฤทธิ์

จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันตามปกติ แต่!!!

สิ่งปกติก็เริ่มเกิดขึ้น…

“เอ๊ะ!! ทำไมวันนี้น้ำมันไหลแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยแบบนี้วะ”

ก็ไม่ได้เอะใจอะไรมาก หลังจากนั้นก็จะอาบน้ำ เปิดฝักบัวปุ๊บ

ซู่!!!

เอ๊ะ มันไม่ซู่อย่างที่เคยเป็นแฮะ

แม่งน้ำไม่ไหลซะงั้น กรรมเวรจริงๆ

อยู่มา 2 ปีครึ่งไม่เคยน้ำไม่ไหล มันต้องมาเป็นเอาในปี 2008 bad year เท่าันั้น

นิ่งอึ้งตะลึงคิดอยู่แปปนึงก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า

ไปอาบน้ำที่มหาลัยก็ได้วะ

จากนั้นก็แต่งตัวแบบรีบๆ ไม่ใส่เข็มขัดเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็ต้องไปใส่ที่มหาลัยอยู่ดี

หัวกูนี่ก็ฟูฟ่องสะใจมากๆ

ข้าวก็เลยไม่ได้กินอีก เพราะในหัวกูตอนนี้มีแต่

อาบน้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เดินไปเห็นรถเมล์ฟรีจอดรออยู่เลย

ในใจก็คิดว่าโชคดีบรรลัยเลย!!!

พอไฟเขียวรถวิ่งปุ๊บก็พบว่า…

ทำไมรถกูมันไม่วิ่งหละฟระ!!!

หันกลับไปคนขับแม่งหนีเที่ยวไปไหนก็ไม่รู้แล้ว

เซ็งบรรลัยคนยิ่งรีบๆอยากไปอาบน้ำชิบหาย

ทนสภาพตัวเองก็ยังแทบไม่ไหว

หลังจากนั้นคนขับก็มา แล้วก็เดินทางไปจนถึงมหาลัย

ตอนนะถึงกูก็แอบไปเห็นลุงแก่ที่ยืนอยู่ข้างๆ

ลุงคนนี้ค่อนข้างมีประเด็น เพราะกูมีลางสังหรณ์

ลางมันบอกกูว่า ไอลุงบ้านี่มีภัย!!!!

(กูคิดจริงๆนะเนี่ย ไม่ได้เขียนเอาตลกไร้สาระ)

พอลงจากรถเท่านั้นแหละครับ ไอลุงบ้านี่ก็พูดออกมาทันทีว่า!!!

เอาเสื้อใส่เข้าไปในกางเกง!!!

นั่นไงแม่งเอ๊ย ทำไมกูต้องมาขึ้นรถกับไออาจารย์วิดยา(น่าจะนะ)ด้วยฟระ

จากประสบการณ์ต้องขอบอกเลยว่าไม่รู้อาจารย์คณะนี้เป็นไรมากรึเปล่า

เหมือนกับว่าในหัวโปรแกรมไว้ว่า

ไม่เรียบร้อย มึงต้องตาย

เสื้อหลุดมา มึงต้องตาย

ปี๊บปี๊บปี๊บ มึงต้องตาย

หัวแม่งคงมีเรดาร์ ซึ่งความจริงแล้วไอปกติเนี่ย

กูก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรอก เพราะกูออกจะแต่งตัวเรียบร้อยได้โล่

แต่พอไม่เรียบร้อยก็ต้องมาเจอพวกประสาทพวกนี้

แล้วยิ่งวันนี้ ทำไมกูต้องเรียบร้อยวิ้งๆ มาเลยหรอ

ในใจก็คิดแค่ว่า

กูจะมาอาบน้ำ!!!

ถ้านุ่งผ้าเช็ดตัวขึ้นรถเมล์ได้กูก็ทำไปแล้ว

กูหันกลับไปด้วยหน้าตาสดใส แล้วก็ตอบอาจารย์ท่านไปอย่างสุภาพว่า

“หอผมน้ำไม่ไหลอะครับ ผมจะมาอาบน้ำ”

มันรีบสวนเลยครับ

“อาบน้ำแล้วทำไม ใส่เสื้อเข้าไป”

กูก็อะไรอีกเนี่ย เดี๋ยวกูใส่หน่า แม่งกำลังรีบ

เวลาก็ไม่ค่อยจะมีและ ให้กูอาบน้ำก่อนได้มั้ย ก็เลยใช้ไม้ตาย

“คือผมไม่ใส่เข็มขัดมาอะครับ”

จากนั้นก็คิดว่าคงไม่มีเหี้ยไรแล้วมั้งก็เดินออกมา

แต่แม่งด่ากูตามหลังมาเลย

แล้วจะมาจุฬาทำไมวะ บลาบลาบลา

เวรเอ๊ย!!!!!

กูถึงกับงงเลย อะไรวะ ไม่ใส่เสื้อมึงด่าเวรเอ๊ย

.

.

.

ตรงนี้ติดเรท กูขอระบายอารมณ์

แม่งไอสัด กูไปฆ่าพอมึงหรอวะ

เหี้ยเอ๊ย แทนที่จะเอาเวลามาสนใจเรื่องพรรค์นี้

เอาเวลาไปหาวิธีปลูกผมบนหัวมึงเหอะ

มึงลองดูบ้างมั้ย บ้านไม่มีน้ำแล้วต้องมาอาบที่มหาลัยเนี่ย

มึงจะมีอารมณ์มีแต่งตัวดีผูกไทด์ใส่สูท หวีผมเป๋มาอีกรึป่าว!!!

อ่อ ลืมไปมึงหัวล้าน!!!!

.

.

.

เฮ้อ เจอเรื่องนี้แม่งหงุดหงิดจริงๆ

เลยต้องแต่งเพลงให้อาจารย์ผู้หวังดี อยากให้เด็กเรียบร้อยซักหน่อย

แต่ขอโทษนะครับ มันก็ต้องมีเหตุผลบ้างสิวะ ถ้าใส่ให้ได้ เตือนทีเดียวก็ใส่ให้แล้ว

หรือว่าพ่อมึงชอบใส่เสื้อในกางเกงตอนไม่มีเข็มขัด

เพลงเสื้อหลุด

(ทำนอง หมอกและควัน-เบิร์ด)

มึงเป็นเหี้ยไรกูอยากรู้ เพราะกูดูมึงไม่ออก

ใครมันจะเข้่าใจ เสื้อหลุดมึงพูดซะดูฉาว

เหมือนเรื่องราว คือกู ฆ่าพ่อมัน

กูชัก ต้องหนี ให้ไว

เพราะถ้ากูต้องเสี่ยง กับจัญไร

จะเตรียมตัว และเตรียมใจ หนีไป

เพราะว่ากลัวเสียบัตรนิสิต

.

ปล. ขอโทษกับความรุนแรง คนที่พูดกันดีๆและมีเหตุผลให้ใส่เสื้อให้เรียบร้อย ผมก็ไม่เถียงนะ

ปล2. เผื่อไม่รู้ถ้าอาจารย์รมณ์บ่จอยจะยึดบัตรนิสิตเราไปตัดคะแนนได้ แล้วจะส่งผลให้ไม่ได้เกียรตินิยมด้วยมั้ง ไม่แน่ใจ


บ้านผี IN พัทยา

ตุลาคม 30, 2008

ก่อนอื่นขอเริ่มจากสิ่งสวยงามให้ดูกันก่อนเลย

คาดว่าคงเป็นการเปิดหัวเรื่องที่ดีที่สุดตั้งแต่มีมา

นี่เป็นความโชคดีที่ได้ไปเจอกลุ่ม miss teen ตอนไปพัทยาเมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา

ทริปนี้ไปกัน 3 คนได้แก่ กู พล และ วิกรม

ก็ไปตามที่ต่างๆหลักๆในพัทยา เช่น underwater world, เมืองจำลอง ฯลฯ

แต่!!! ที่ประทับใจสุดๆต้องยกให้นี่เลย

~บ้านผีสิง at Ripley~

ขอบอกไว้ก่อนนะครับ ว่า กู ไม่ ได้ กลัว ผี!!!

แต่ว่า กู ไม่ อยาก ตก จาย~

เนื่องด้วยเหตุนี้นี่เอง บ้านผีสิงจึงเป็นอะไรที่แบนมากสำหรับกู

แต่ไอบ้า Ripley แม่งก็ดันทะลึ่ง

มีที่ให้เที่ยว 4 ที่คือ

1. พิพิธพัณฑ์ Ripley

2. บ้านกระจก

3. หนัง 4 มิติ

4. บ้านผีสิง!!!

แต่ละที่ขายบัตรแยกราคาประมาณ 200+

แต่เล่น 4 อย่างแม่ง 580 ดังนั้น เล่น 3 อย่าง = เล่น 4 อย่างดีกว่า

กูเลยต้องจำยอมกับผีไปด้วยประการฉะนี้

บัดนี้การเดินทางได้เริ่มขึ้นแล้ว

มาถึงก็ตึงเลยครับ

มันเอาตั้งแต่ฝากกระเป๋าเลยครับ เค้าจะไม่ค่อยยอมพูดจา

แล้วเวลาถามก็จะตอบแบบ ไม่!!! ใช่!!!!

จากนั้นจึงมีผีออกมารับ สีหน้าท่าทางจริงจัง

ประเด็นมันก็อยู่ที่คนที่ไปด้วยกันนี่แหละครับ

กลุ่มที่มาด้วยเป็นครอบครัวใหญ่ มีแม่มาด้วย เค้าก็

ผายมือออกมา

“น้องไปกันก่อนเลยค่ะ”

เลยเป็นว่า วิกรมเดินนำหน้า ตามด้วยพล กู และครอบครัวหรรษานั่น

เวลาเดินเค้าให้จับเชือกเดินไปเรื่อยๆ รอรับชะตากรรม

แต่ทีนี้ไอคนข้างหลังกูคับ

เค้าเคยมาแล้วก็เลยพยายามบอกบทให้กู

ไอเราก็คิดว่าบอกบทให้แล้ว แม่งจะน่ากลัวน้อยลง

แต่ดูมันบอกกู

คนข้างหลัง: เฮ้ย!!!

กู(คิด): อะไรฟระ

คนข้างหลัง: ข้างหน้า…มี!!!!!

มี มีหรอ มีเหี้ยอะไรฟระ!!! มึงบอกก็ไม่บอกให้ครบนะ

ตัดสินใจได้รีับบอกวิกรมทันที

กู: วิกรม!!! ข้างหน้าแม่งมี (จริงๆ วิกรมก็เคยมาแล้วครั้งนึง) มึงเดินไวๆเลย!!!

แต่ภาพที่กูเห็นเบื้องหน้าคือ วิกรมพยายามดึงเชือกที่ตึงเปรี๊ยะ เพราะคนข้างหลังมันไม่เดินคร้าบบบบบบบบบ

นี่กูต้องรอรับชะตากรรมหรอเนี่ยยยยยยยย

ตึกๆ

ตึกๆ

ตึกๆ

แฮ่!!!!!

เย็ดเป็ด ตกกระโถน กล้วยทอดน้ำมันค้างคืน!!!

แม่งตกใจแทบตาย!!!

หลังจากผ่านฉากโหดไปมากมาย

กูก็เดินทางมาไคลแม็กซ์ของบ้านผีนี้เลยก็ว่าได้

คนข้างหลังมันเริ่มทำงานก่อนเลยครับ

ข้างหน้า…มี!!!!

เอาแล้วไง กูรีบหันไปบอกวิกรมเหมือนเดิมเลย

วิกรม ข้างหน้….

วิกรมรีบตัดบทขึ้นมาทันที

วิกรม: เฮ้ย กูพอจำได้และตรงนี้

กู: จำป๊ะป๋าไรได้ฟระ!!!

มันไม่บอกกูก่อนครับ หันไปอีกทีสิ่งที่เห็นคือความว่างเปล่า

วิกรมแม่งปล่อยเชือกวิ่งออกไปเลย!!!!

ชิบหายแล้วไง มันวิ่งหนีแบบนี้แม่งจะน่ากลัวสันดานขนาดไหนวะเนี่ย

หันไปหาไอพล แม่งไม่ยอมวิ่ง!!!

เอาหละวะ มึงไม่วิ่ง กูไปก่อนหละ

กูรีบปล่อยเชือกแล้วโกยเลยครับ หันกลับมาอีกทีแม่ง มีมนุษย์เลื้อยไฟฟ้าโผล่ออกมา

แม่ง น่ากลัวสันดาน ในหัวไม่มีความคิดว่ามันเป็นคนอีกต่อไปแล้ว

รู้สึกต้องหนีเอาชีวิตรอดเหี้ยๆ

จากนั้นอีกไปนานก็รอดปลอดภัยออกมาได้

หันไปคุยกับพล

กู: มึงเกาะวิกรมบ้างป่าววะ (เพราะบางทีกูตกใจก็ไปเกาะไหล่มัน)

พล: ไม่หนิ กูจับเชือกอย่างเดียวเลย

แต่ภาพที่เห็นคือ

วิกรมยกมือขึ้นมาแล้วมีแผลโดนข่วนซะงั้น!!!

พลแม่งตกใจจนไปข่วนวิกรมซะงั้น

นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เห็นว่าการเล่นบ้านผีสิงทำให้ได้แผลได้

วันนี้ต้องขอมอบเพลงนี้ให้กับ คนข้างหลัง ผมเลยครับ

เพลง มี

(ทำนองเพลง ช้าง)

มี มี มี มี มี

ข้่างหน้ามึงมีรู้ป่าว

แล้วมันมีเหี้ยอะไร

จะบอกทำไมแค่ว่ามี

มึงทำอย่างงี้เดี๋ยวเจอดี

รู้ตัวอีกทีผีมาาาาาาา

.

ปล. รูปมาจากกล้องพล

ปล2. ตอนจะกลับเห็นภาพบาดตามากๆ ข้างๆบ้านผีแม่งมีซุ้มตัวตลก แล้วผีมันเจือกมาเต้นเล่นกับตัวตลก เสื่อมศรัทธาสุดๆ


ไอ้ตัวเขียว

ตุลาคม 11, 2008

วันนี้ขอเริ่มเรื่องด้วยบทกลอนจากวรรณคดีชื่อดัง “เณรอาฆาตก้อนขี้” (คล้ายๆ พระอภัยมณี)

มาจะกล่าวบทไป                     ถึงไอเขียวเลี้ยวคดขดไป

มึงขึ้นมาได้ไงไอ้จรรลัย             ไปนะไป๊ต๊ายตายกูกลัวมึง

.

เรื่องมันมีอยู่ว่า…

เย็นวันนี้ขณะนั่งเล่นอยู่แม่ก็โทรมา แล้วถามว่า

แม่: ต้นไปตีงูได้มั้ย มันขึ้นมาที่ห้องม่า

กู: ได้…..แหละ…..มั้ง…..เนอะ

ที่ลังเลหนะ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่ชาติหน้ากูไม่อยากเกิดเป็นงูตะหาก!!!

เนื่องจากทั้งบ้านเหลือแค่กูกับม่า กูเลยต้องไปจัดการมัน

เข้าไปในห้อง งูเจ้ากรรมนั่นก็นอนอย่างสงบอยู่ใต้โต๊ะ

จะพูดว่าขนาดไหนดี เรียกได้ว่า

ใหญ่กว่าไส้เดือน เล็กกว่าฉลาม ใส่ปล้องข้าวหลามได้

เอาเป็นว่าตัวอ้วนประมาณนิ้วโป้งมือ ยากซักเมตรได้มั้ง ครั้งจะไปยืดตัวแม่งวัดกูก็กลัว

พอตั้งหลักได้ก็ไปเอาไม้มาจากหลังห้องแล้วตั้งท่าจะตีมัน

ทันใดนั้น!!!!

มันก็พุ่งเข้ามาฉก ผมพยายามยกขาหลบ แต่ไม่พ้นเสียแล้ว

ผมรู้สึกได้ถึงพิษที่เข้าสู่ร่าง

ภาพในอดีตโผล่ขึ้นมา

เพิ่งรู้ก็วันนี้ว่าที่เค้าบอกว่าไกล้ตายเป็นยังไง

จะรู้ก็วันนี้ว่าหลอกว่าโดนงูกัดเป็นยังไง!!!

เอาใหม่!!!

ก็ตีมันไป แม่งเสือกไม่ตาย เลื้อยดึ๊บๆออกมาอีก

เลยตีซ้ำจนหนำใจ กูก็กลัว ม่าก็กลัว มันไม่ตายมีหวังชิบหายกันทั้งคู่

ตีแม่งจนหัวแบะราบไปกับพื้นแล้ว หางแม่งยังจะเลื้อยอีก

กูอยากให้ แฮรี่ พอตเตอร์ มาพูดภาษางูให้กูก็ตอนนี้แหละ

ช่วยถามแม่งทีว่าตายแล้วยัง

.

หลังจากจบเรื่องก็คุยกับม่า

ม่า: โอ๊ย น่ากลัวมากเลย นี่ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาตายเพราะงูกัดนะเนี่ย

กู: ทำไมตอนม่าเจองู แล้วถึงไม่ออกมานอกห้องก่อนหละครับ

ม่า: อ่าว ถ้าออกไปนอกห้องแล้วม่าจะดูทีวีได้ไงหละ!!!

.

หลังจากนั้นพ่อก็กลับมาแล้วก็คุยกับม่า

พ่อ: นี่มีงูมานี่เอาไปเล่นหวยได้นะเนี่ย เค้าว่างูนี่เลข 7 หนิ

ม่า: ไม่เอาอะ กลัวจะแย่อยู่แล้ว จะมาเล่นอะไรหละ….แต่งูนี่ไม่ใช่เลข 6 หรอ!!!

.

ตกลงอาม่ากูกลัวงูจริงๆใช่มั้ยเนี่ย

.

เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวกับงู วันนี้ก็ขอนำเสนอเพลงแบบงูๆให้

และพิเศษกว่าทุกครั้ง เนื่องจากปกติคนสงสัยมากว่าเพลงร้องยังไง

วันนี้เลยจะมีทำนองให้ด้วย!!!

เพลงงูเขียวจะกัดมือขวา

(ทำนอง ลูกเสือไม่จับมือขวา)

งูเขียวจะกัดมือขวา     ยื่นซ้ายมากะจะจับมัน
มือขวารีบชักให้ทัน(ซ้ำ)     ยื่นซ้ายออกมาพลันมันเลย กัดเลย
กัดมือนั้นหมายถึงพิษ      เรียกญาติสนิทจองศาลาสาม
ยิ่งรอพิษยิ่งลุกลาม(ซ้ำ)     รีบหันไปถามช้างกูอยู่ไหน